กีฬาเทเบิลเทนนิส

กีฬาเทเบิลเทนนิส ถ้าพูดถึงคำนี้ บางคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูนัก ได้ยินแล้วอาจจะนึกไม่ออกว่ามันคืออะไร แต่ถ้าเราพูดไปอีกชื่อหนึ่ง รับรองเลยว่า คุณจะร้องอ๋อในทันที เทเบิลเทนนิส หรือ ที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อ กีฬาปิงปอง เป็นกีฬาอีกประเภทที่สร้างชื่อเสียง ให้กับประเทศเราเป็นอย่างมาก ทั้งยังเป็นกีฬาที่เริ่มเล่นกันอย่างแพร่หลาย ในผู้ที่มีใจรักด้านกีฬา ไม่เพียงแต่มีคนเล่นเยอะเพียงเท่านั้น แต่ยังมีผู้ที่ชื่นชอบ ติดตาม และ รับชมการแข่งขันอยู่ตลอดเมื่อมีการแข่งขันขึ้น ซึ่งหากท่านสนใจจะลองรับชมการแข่งขันปิงปอง หรือ ดูผลการแข่งขัน ก็สามารถเข้ามาได้ที่ UFABET เว็บตรง ไม่ใช่มีแค่กีฬาเดียว แต่เรารวบรวมให้เกือบทุกกีฬา ที่โลกนี้จะแข่งได้ อย่างแน่นอน เอาล่ะ ชี้ช่องทางการดู รับชม หรือ ดูผลการแข่งขันไปแล้ว เรามาเริ่มทำความรู้จักกับเจ้ากีฬาปิงปองกันหน่อยดีกว่า

กีฬาเทเบิลเทนนิส
กีฬาเทเบิลเทนนิส หรือ กีฬาปิงปอง กีฬายอดฮิต และ โด่งดังเป็นสากลไปทั่วโลก

สมัยเด็กๆ เวลาไปโรงเรียน เคยเข้าร้านสหกรณ์โรงเรียน เพื่อไปซื้อเจ้าลูกพลาสติกกลมๆ ที่อาจจะมีสีส้ม หรือ สีขาว แล้วเอามาโยนเล่นกับเพื่อนกันหรือไม่ สิ่งนั้นคือ สิ่งที่เรียกว่า ลูกปิงปอง นั่นเอง ซึ่งจริงๆ แล้ว ลูกปิงปองไม่ได้มีเอาไว้โยนเล่น หรือ เอาไว้ปาใส่เพื่อนไปวันๆ หรอกนะ เพราะ มันคือ อุปกรณ์ส่วนหนึ่ง ที่จะนำเอามาเล่นเป็นกีฬาที่เรียกว่า ปิงปอง หรือ เทเบิลเทนนิส นั่นเอง

กีฬาปิงปอง หรือ เทเบิลเทนนิส ทำไมถึงได้ชื่อนี้ เพราะว่า กีฬานี้มีลักษณะการเล่นที่คล้ายกีฬาเทนนิสเป็นอย่างมาก เพียงแต่ว่า ผู้คิดค้น ได้ทำการย่อยส่วนมันลง ทั้งอุปกรณ์ รวมถึง พื้นที่การเล่น ให้มีขนาดกระชับ กะทัดรัดมากขึ้น จะเห็นได้ว่า ถ้าเป็นกีฬาเทนนิส สนามจะใหญ่กว่าตัวเรามาก และ พื้นที่การเล่นก็เยอะมาก เช่นกัน ส่วนกีฬาปิงปอง จะมีโต๊ะให้เราได้ร่วมเล่น สิ่งที่เหมือนกันของสองกีฬานี้ก็คือ ลักษณะการเล่น ที่มี 2 ฝั่ง ให้ผู้เล่น ได้ตีลูกปิงปอง ด้วยไม้ปิงปอง หรือ อุปกรณ์ตีลูกของมันเอง เพื่อโต้ตอบกัน ด้วยลักษณะนี้ จึงทำให้กีฬาปิงปอง ได้อีกชื่อหนึ่งว่า เทเบิลเทนนิส นั่นเอง

ความยาวนานของจุดกำเนิดกีฬาปิงปองนี้มีมานานมากกว่า 130 ปี เลยทีเดียว โดยมีจุดเริ่มต้นอยู่ที่ประเทศแถบยุโรป ที่ชาวพื้นเมือง ได้คิดค้นการเล่น โดยการนำไม้มาหุ้มหนังสัตว์ แล้ว นำลูกบอลมาตีให้กระทบกับไม้ แล้วไปตกกระทบกับโต๊ะ เพื่อทำให้ข้ามไปฝั่งตรงข้ามได้ ในขณะที่ตีกระทบกันนั้น จะเกิดเป็นเสียง ปิ๊ก – ป๊อก ขึ้นมา จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกว่า ปิงปอง นั่นเอง

สำหรับวิธีการเล่นกีฬาปิงปองนี้ก็ไม่ได้มีความยากหรือซับซ้อนเลย เรามาดูวิธี และ กติกา การเล่นของกีฬานี้กันบ้างดีกว่า

  1. แรกเริ่มการเล่นเกม จะต้องเลือกฝั่งที่จะได้เสิร์ฟ หรือ ตีลูกก่อน โดยอาจเกิดจากการตกลงกันในโต๊ะแข่งขัน หรือ โยนหัว ก้อย เลือกฝั่งก็ได้
  2. หลังจากได้เลือกผู้เสิร์ฟแล้ว ผู้เสิร์ฟจะทำการโยนลูกปิงปองขึ้นในระดับที่ถนัดของตัวเอง แล้วจะต้องทำการตีลูกให้กระทบกับ ไม้ตีของตัวเอง เพื่อส่งลูกปิงปองไปให้ฝั่งตรงข้าม
  3. ฝั่งตรงข้ามก็จะต้องโต้ตอบรับลูกให้ได้ ด้วยจะต้องตีลูกให้โดน และ พ้นตาข่าย ซึ่งสามารถให้ลูกตกกระทบโต๊ะได้ 1 ครั้ง จากนั้นให้ตีโต้ตอบกันได้ทันที
  4. กรณีได้แต้มคือ ผู้เล่นฝั่งตรงข้าม ไม่สามารถโต้ตอบ หรือ รับลูกของเราได้ หรือ ไม่สามารถ ตีลูกให้ตกกระทบโต๊ะฝั่งเราได้ ก็สามารถได้แต้มเช่นกัน และ ไม่สามารถตีข้ามตาข่ายได้ ก็ได้แต้มไปเช่นกัน
  5. การแข่งขันจะดำเนินไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ทำแต้มได้ 11 แต้มก่อนในเกมนั้นๆ และ จะแข่งให้ชนะจาก 3 ใน 5 เกม ผู้ที่ทำได้ ก็จะชนะไปนั่นเอง

เห็นมั้ยว่า วิธีการเล่นกีฬานี้ ไม่ได้ยาก หรือ ซับซ้อนใดๆ ทั้งสิ้น แล้วทำไมถึงกลายเป็นกีฬายอดฮิต ที่ถึงขนาดมีการจัดการแข่งขขันระดับโลกได้ล่ะ ก็เพราะว่า ด้วยการเล่นที่ไม่ยากนี่เอง ความที่ใครๆ หรือ ผู้ที่สนใจคนไหนก็สามารถเล่นได้

แต่เล่นได้คงไม่พอ เพราะ กีฬานี้ ความยาก และ ท้าทาย จะอยู่ที่ลีลาการตีโต้ตอบกันไปมา ไหวพริบ ทักษะ ที่ทำอย่างไร คู่ต่อสู้จะไม่สามารถตี หรือ รับลูกของเราได้ อีกทั้ง พื้นที่ที่มีอย่างจำกัด ตัวผู้เล่น หรือ ผู้เข้าแข่งขัน จะต้องมีทักษะ ความชำนาญ และ การจัดการควบคุม พื้นที่การเล่น ให้พอเหมาะพอดี กับตัวเองอยู่เสมอ

ดังนั้น การฝึกฝนกีฬาชนิดนี้ จะต้องใช้ความอดทน ทักษะ ไหวพริบ ทั้งด้านกาย ด้านใจ และ ด้านความคิด เรียกได้ว่า เป็นกีฬาที่ สามารถ ทดสอบสมรรถนะเราได้ในทุกๆ ด้าน อย่างแน่นอน

และ กีฬาชนิดนี้ ก็ยังสามารถเล่นได้กับเพื่อนด้วยนะ ไม่ใช่เพียงแค่ ฝั่งละ 1 คน แต่ยังสามารถ แข่งกันได้แบบเป็นคู่ ซึ่งแบบนี้ยิ่งเป็นความท้าทายเข้าไปอีก เนื่องจากจะทำให้เรามีพื้นที่การเล่นที่น้อยลง นับได้ว่า สามารถเป็นกีฬาที่เล่นกระชับมิตรก็ได้ ชวนเพื่อนมาเล่นก็ดี ครบเครื่องจริงๆ

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ : เกม Star Wars